Bloody night PART1,,* Chapter 1

posted on 03 Feb 2012 00:40 by nomadsalvatore  in BloodyNight

 

 

.

.

.

 

Kacha,,*

 

ผมมักจะถามตัวเองอยู่เสมอ ว่าไอ้สิ่งที่ผมทำอยู่เนี่ย มันใช่สิ่งที่ชีวิตของผมต้องการจริงๆเหรอ?..

 

 

 

 

 

คืนนี้เป็นอีกคืนที่ผมมานั่งทำสมาธิในห้องน้ำชายเช่นเคย.. ก็ข้างนอกเสียงมันดังเอามากๆเลยน่ะสิ

 

ผมเรียนนิเทศอยู่ปีสามแล้ว สถานะไม่รวยและไม่จนฮะ หม่าม๊าของผมมีธุรกิจส่วนตัว ตอนนี้หม่าม๊าไม่อยู่เมืองไทย ผมก็เลยอาศัยอยู่ที่คอนโด อันที่จริงผมก็มีบ้านอยู่ แต่มันไกล และผมก็ชอบหลงทางอยู่เรื่อย หม่าม๊าก็เลยตัดปัญหา ให้ผมมาอยู่คอนโดที่ใกล้มหาลัย ช่วงนี้ผมว่างมากฮะ เพราะเป็นช่วงที่วิชาเรียนที่ลงไป มันปิดคอร์สไปหมด ผมก็เลยมาหางานพิเศษทำ.. 

 

ที่ทำงานของผมเป็นร้านเหล้าฮะ แบบนั่งชิลล์ๆ สบายๆ ฟังเพลงเบาๆ ไปเรื่อยเปื่อย.. ผมชอบมากครับ โดยปกติแล้วน่ะนะ แต่เมื่อสามวันก่อนเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นที่ร้าน เพราะมือกีต้าร์ดันขาดงานกะทันหันน่ะสิฮะ วุ่นกันตั้งแต่คนชงเหล้าอย่างผม ไปยันผู้จัดการร้านเลยทีเดียว

 

 

 

ผมอดเป็นห่วงน้องมันไม่ได้จริงๆฮะ ที่จู่ๆก็หายไปโดยไม่บอกกันก่อน ทั้งที่ผมกับเจ้าเฟรมก็สนิทกันจะตายไป จะไม่ให้สนิทได้ไงล่ะฮะ ก็มันชอบแวะมาคอนโดผมบ่อยๆ สงสัยจะติดใจฮะ เพราะที่ห้องผมเล่นกีต้าร์ได้ เล่นเปียโนได้ เสียงมันไม่ดังรบกวนใคร ส่วนหอพักเจ้าเฟรม แค่สะกิดคอร์ดกีต้าร์ก็โดนฝาหม้อข้างห้องแล้วล่ะฮะ

 

 

ผมกับเจ้าเฟรมรู้จักกันมาได้เกือบปีแล้วล่ะ เพราะผมเคยสมัครงานที่นี่มาก่อน ตั้งแต่ปีที่แล้ว หายไปบ้างเพราะต้องเรียนฮะ ส่วนน้องมันน่ะ อย่างกับผีเฝ้าร้าน มาทุกทีเจอทุกที.. ไม่รู้มันจะอะไรกันนักกันหนา กับไอ้เครื่องดนตรีพวกนี้.. ผมชอบเล่นดนตรีนะฮะ อย่าเข้าใจผิด.. แต่ผมไม่ได้เสพติดเครื่องดนตรีเหมือนไอ้เฟรมมัน = ="

 

 

ก็เพราะมันหายตัวไปเนี่ยล่ะฮะ ก็เลยต้องไปหามือกีต้าร์มาใหม่ แต่ก็ดันได้พวกฮาร์ดคอร์.. สนุกกันใหญ่เลยครับทีนี้.. แทนที่ผมจะได้ยืนชงเหล้า แล้วฟังเพลงสบายๆไปด้วย กลายเป็นต้องมานั่งปวดหัวเพราะเสียงดนตรีหนักๆที่มันดังโอเว่อร์อยู่ในหู.. 

 

สถานะของผมในตอนนี้ บอกได้คำเดียวว่า.. เพลีย มาก ฮะ!! = ="

 

 

 

 

"ไอ้คชา มานั่งทำอะไรตรงนี้วะเนี่ย ข่างนอกคนเยอะมาก ไม่คิดมาช่วยกันเลยเหรอ"

 

ผมจ้องหน้าไอ้คนที่เพิ่งเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาครับ ผู้จัดการร้านนั่นแหละครับ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก 

 

"พี่ไทด์ ขอผมพักหูสักแปปได้ไหม เสียงแม่งดังมากอ่ะ" ผมยังหวุดหงิดอยู่ครับ รู้สึกได้เลยว่าคิ้วขมวดกันจนเป็นปมแล้ว ณ จุดนี้

 

"พี่เข้าใจ แต่ไอ้เฟรมมันหายไปแบบนี้ พี่หาคนมาแทนมันไม่ทัน ทำใจหน่อยเหอะว่ะ"

 

ผมถอยหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมยืนขึ้น ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดแรงๆ

 

"เออ ว่าแต่เจ้าเฟรมไปหาแกบ้างป่ะวะ" พี่ไทด์เดินเข้ามาแต่งเสื้อกับเนคไทให้เรียบร้อยเข้าที่ ระหว่างคอยผม

 

"ไม่เลยฮะ ไม่รู้มันหายไปไหน"

 

"สงสัยต้องไปตามที่คณะแล้วล่ะมั้ง"

 

"ไม่เจอหรอกพี่ไทด์ ผมไปตามแล้ว แต่ทางนั้นเขาบอกว่าไอ้เฟรมมันถึงขนาดขาดสอบเลยนะพี่" ผมไปตามมันที่คณะแพทย์ฮะ.. แปลกใจล่ะสิ.. เจ้าเฟรมมันเรียนเก่งฮะ ตอนนี้สอบเข้ามาคณะแพทย์ เรียนอยู่ปีหนึ่ง

 

"อ้าว ตกลงมันเป็นอะไรมากป่ะเนี่ย ชักเป็นห่วงแล้วสิ เอาไงดีวะ โทรไปก็ไม่ติด พี่เพลียกะมันเหลือเกิน"

 

"เอาเหอะพี่ไทด์ เราทำได้แค่รอแหละ ช่วงนี้ไม่เห็นมีข่าวใครตายด้วย วางใจเหอะพี่"

 

ผมตบบ่าพี่ไทด์ไปสองทีหนักๆ แล้วเดินออกมาที่เคาน์เตอร์ต่อ วันนี้เป็นคืนวันศุกร์ คนเยอะเต็มร้านเลยฮะ.. ผมออกมาสมทบกับเพื่อนร่วมงานอีกสามคน แล้วลงมือชงเหล้าต่อไปฮะ.. ถึงหน้าผมจะเซ็งสุดชีวิต แต่อย่างน้อย รสชาติของไอ้น้ำสีทองที่ผมชงอยู่เนี่ย ก็ไม่บูดบึ้งเหมือนหน้าผมหรอกฮะ รับรองได้..

 

 

ผมทำงานต่อไปจนล่วงเวลาไปหลายชั่วโมง ผมเหลือบมองนาฬิกาเรืองแสงที่ซ่อนเอาไว้ใต้เค้าน์เตอร์ ตีหนึ่งครึ่งพอดีฮะ คนในร้านสั่งเหล้าน้อยลง แต่เริ่มเต้นกันเมามันส์เสียมากกว่า.. เขาคงได้ที่กันแล้วล่ะฮะผมว่า

 

ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินไปเอาของมาเติมจากหลังร้าน เสียงแข็งๆของใครบางคนก็มาขัดเสียก่อน

 

"ไอ้ตัวเปี๊ยก มือกีต้าร์คนเก่าหายไปไหนแล้ว รู้ป่ะ"

 

ผมสะอึกเล็กน้อย กับคำว่า 'ไอ้ตัวเปี๊ยก' .. ผมตัวไม่ใหญ่เท่าคนพูด แต่ผมก็ไม่ได้ตัวเล็กขนาดนั้นซักหน่อย !!

 

"ฉันถามว่ามือกีต้าร์คนเก่าหายไปไหน ฉันมีเวลาไม่มาก รู้หรือไม่รู้"

 

แน่ะ! มาว่าผมเป็นไอ้ตัวเปี๊ยก ยังไม่พอครับ.. ยังมาตวาดใส่ผมอีก ให้ตายเถอะ!! บ้าเอ๊ย!! ไอ้หน้าขาว ตัวสูง หุ่นนายแบบ.. ดูถูกกันชัดๆ!! คนชงเหล้าก็คนนะเห้ย!! ไม่ใช่ทาสรับใช้ใคร!!

 

"ไม่รู้!"

 

ผมคร้านจะมายืนโมโห มันเสียเวลางานของผม แค่นี้ผมก็เบื่อเต็มทนแล้วที่จะต้องมาทนฟังเพลงเสียงหนักๆเนี่ย ก็เลยตอบไปห้วนๆ แล้วเดินหนีเข้ามาหลังร้านแทน

 

"อ้าว คชา เป็นอะไรเนี่ย ทำหน้าบูดอีกแล้ว" พนักงานร่วมอาชีิพคนนึงทักขึ้นมา ผมส่ายหัว

 

"ช่างมันเหอะ"

 

ผมทำงานไป ฮึดฮัดไป จนงานเลิก ผมไม่เห็นไอ้หมอนั่นอีกเลยฮะ.. ผมไม่ได้พยายามมองหาเขาหรอก แต่เขาเด่นกว่าใครเพื่อนนี่ฮะ ตั้งแต่เดินเข้ามาในร้าน  คนรอบข้างก็มองเขาเป็นตาเดียว แถมยังแต่งตัวแปลกๆด้วย เพราะใส่เสื้อโค๊ตตัวเบอเร่อคลุมเกือบทั้งตัว ไม่รู้แอบหนีใครมารึเปล่า เพราะพอผมออกมาจากหลังร้าน หมอนั่นก็หายออกไปจากร้านแล้ว 

 

ไม่เจอก็ดีแล้ว ผมเหนื่อยมากสำหรับวันนี้ อยากกลับคอนโดเต็มแก่แล้วฮะ..

 

 

"คชา กลับแล้วเหรอ" นักร้องนำที่คุ้นหน้ากันดีเดินมาหาผมที่หลังร้าน 

 

"ครับ พี่นัท" ผมตอบเบาๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายบนบ่า แล้วเดินออกมา พี่นัทเดินตามผมมาด้วย สงสัยคงจะกลับแล้วเหมือนกัน

 

"ไปด้วยกันมั้ย เดี๋ยวพี่ไปส่ง" พี่นัทชวนผมเสมอเวลาที่เราเลิกงานพร้อมกัน แต่ผมไม่เคยไปกับพี่นัทเลยสักครั้ง เกรงใจน่ะครับ คอนโดผมก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง เดินไปแปปเดียวก็ถึงแล้ว

 

"ไม่ต้องหรอกฮะ ผมเดินไปไม่ไกล ไปก่อนนะฮะ"

 

ผมยกมือบ๊ายบายพี่นัท แล้วรีบสาวเท้าออกมา กลัวพี่นัทจะคะยั้นคะยอให้ขึ้นรถคันหรูนั่นไปด้วย..

 

ผมไม่อยากทำให้พี่นัทเสียน้ำใจหรอกนะฮะ แต่ผมไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร บางครั้งผมก็ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า เพราะเวลาอยู่กับคนหมู่มาก มันอึดอัดยังไงก็ไม่รู้ ถ้าถามว่าผมเหงาไหม?.. ผมตอบได้เลยครับว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน.. บางครั้งผมชอบนั่งคิดอะไรคนเดียว แต่บางครั้งผมก็แค่อยากปรับทุกข์กับใครอีกสักคนบ้าง.. แต่ช่างมันเถอะครับ ตอนนี้ผมอยู่คนเดียว ผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว..

 

.

.

.

 

 

ผมกระชับเสื้อนอกให้แนบตัวมากกว่าเดิมพลางเดินไปเรื่อยๆ อากาศตอนตีสามมันหนาวใช่ย่อย ทางเดินกลับคอนโดของผมค่อนข้างเปลี่ยวฮะ อันที่จริงมันเป็นย่านที่คนชุกชุมอยู่หรอก แต่นี่มันตีสามแล้วครับ.. พอร้านแถวนี้ปิดไปหมด ก็เลยเหมือนทางเปลี่ยวๆ เดินคนเดียวบางครั้งก็โหวงๆอยู่เหมือนกัน

 

"ไม่ต้อง!"

 

"ไม่ได้!"

 

ผมเกือบเดินเลยตรอกเล็กนั่นไปแล้วครับ.. ถ้าเพียงแต่ผมไม่ได้ยินเสียงของผู้ชายสองคนกำลังตะโกนใส่หน้ากันอยู่ในซอย..

 

ผมไม่สนใจแน่ถ้าบังเอิญว่าผมไม่ได้ยินเสียงของใครบางคนที่คุ้นหูเสียก่อน..

 

"บอกว่าไม่ก็คือไม่!"

 

ผมสูดลมหายใจลึก แล้วทำใจกล้าเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆมืดๆนี้.. กลิ่นเหม็นๆของท่อน้ำทิ้งโชยมาแตะจมูกตั้งแต่เดินเข้ามาก้าวที่สองแล้วครับ ผมยกมือขึ้นปิดจมูก แล้วเดินเข้าไปอีก.. แล้วผมก็เจอคนที่ผมตามหาตัวมาหลายวัน..

 

"ไอ้เฟรม!"

 

ผมเรียกมัน ด้วยความตกใจฮะ เพราะมันกำลังแบกใครไม่รู้ ตัวใหญ่กว่ามันเป็นสองเท่าอยู่บนหลัง.. ในท่วงท่าที่.. สบายๆ เกินไป รึเปล่า?

 

"พี่คชา.. มาได้ไงเนี่ย" เฟรมวางคนที่กำลังแบกอยู่ลงบนพื้น ผมก็เลยได้เห็นหน้าชัดเจนเลยฮะ แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้วอยู่มากโข..

 

ไอ้หน้าขาวเมื่อกี้ กำลังนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นเหม็นๆในตรอกมืดๆ ใบหน้าหล่อเหลาถูกทำร้ายมาอีท่าไหนก็ไม่รู้ แต่โชกไปด้วยเลือด เลือดสดๆเต็มหน้าเลยฮะ.. ผมกดจมูกหนักเข้าไปอีก เพราะกลิ่นมันโชยมาก

 

"เฟรม.. แกทำอะไรลงไปวะ" เจ้าเฟรมหันมามองหน้าผม แล้วส่ายหัวหนักๆ

 

"เฮ้ยๆ ผมเปล่าทำเหอะ พี่เต๋ามันถูกทำร้าย เรื่องมันยาว แต่ตอนนี้มันเสียเลือดมาก.." เฟรมมันเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่มันก็หยุดไปแค่นั้น

 

"แล้วแกหายไปไหนมาวะเฟรม รู้ไหมว่าคนอื่นเขาตามหากันแทบแย่" 

 

ผมเป็นห่วงน้องมันครับ เพราะมันเป็นเด็กเรียนหนังสือดี กลัวว่ามันจะถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ควร โดยคนที่ไม่น่าเชื่อถือ.. เหมือนไอ้หมอนี่.. ไม่รู้ว่าไอ้เฟรมมันเป็นอะไรกับไอ้หมอนี่ ถึงได้มาอยู่ในตรอกนี้ด้วยกัน

 

"ผมมีปัญหาครอบครัวนิดหน่อยน่าพี่คชา เอางี้ ผมจะอุ้มพี่เต๋าไปส่งที่คอนโดพี่คชาก่อน แล้วผมจะไปจัดการเรื่องที่ค้่างคาไว้.."

 

"เฮ้ย! เดี๋ยวๆๆๆ ไม่ได้! อยู่ดีดีแกจะให้ฉันเอาใครก็ไม่รู้มาอยู่ที่คอนโด แกจะบ้าเหรอเฟรม" ผมหน้ายุ่งเข้าไปอีกล่ะฮะ

 

"ถือว่าผมขอร้องนะพี่ เรื่องมันคอขาดบาดตายจริงๆ" เฟรมมันยกมือขึ้นไหว้ขอร้องผม ผมยกมือขึ้นปั่นหัวตัวเอง โธ่เอ๊ย.. นี่มันวันซวยอะไรกันวะเนี่ย!!

 

"แล้ว.. แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าไอ้หมอนี่ไม่ได้หนีเจ้าหนี้ แหกคุก หรือหนีคดีที่ไหนมาอ่ะ"

 

ไอ้เฟรมมันทำหน้ามีความหวังจนผมชักจะหมั่นไส้ 

 

"ไม่มีแน่นอนพี่คชา ไม่มีแน่นอน ผมสาบานๆๆๆ" เฟรมย้ำซ้ำๆอยู่ตรงหน้าผม น้องมันไม่เคยโกหกผมอ่ะ แต่.. อยู่ดีดีจะให้ผมเอาไอ้หน้าขาวที่เพิ่งจะดูถูกผมไปหยกๆเข้าคอนโดเนี่ย.. ผมต้องบ้าแน่ๆถ้ายอมตอบตกลงมันไป

 

"แต่.." ผมกำลังคิดคำปฏิเสธที่ดูดีอยู่ แต่ยังคิดไม่ออก ไอ้เฟรมเหมือนจะรู้ทัน มันไม่ยอมให้ผมคิดออกน่ะสิฮะ!!

 

"ไปเถอะพี่คชา พี่เต๋าแม่งเลือดไหลหมดตัวแล้วพี่" เฟรมยกร่างสูงขึ้นแบก ราวกับยกตุ๊กตาเด็กเล่น.. ผมมองตาค้างหน่อยๆครับ.. เป็นไปได้หรอ..

 

"เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ ทำไมแกไม่พาไปโรงพยาบาลวะเฟรม" เออครับ.. ผมเพิ่งนึกออกเอาตอนนี้ แม่งโชกเลือดขนาดนี้.. ต้องพาไปโรงพยาบาลดิเห้ยย เอามาที่คอยโดผมเพื่อ..!!??

 

"ไม่ได้เหอะ พี่เต๋าไปโรงพยาบาลไม่ได้ เดี๋ยวก็ได้เลือดหมดตัวกันทั้งโรงพยาบาล"

 

"หา!?"

 

วันนี้ไอ้เฟรมพูดจาแปลกมากๆฮะ ผมสับสนไปหมดแล้ว

 

"เอาน่าพี่คชา ผมรับประกัน ไอ้พี่เต๋าไม่ตายที่คอนโดพี่แน่นอน แค่ต้องนอนพักสักวันสองวัน"

 

"แกจะบ้าเหรอเฟรม คนโดนทำร้าย จะนอนพักสองวัน แล้วหาย.. มีที่ไหนวะ! นี่มันคนนะโว้ย ไม่ใช่เกมส์มาริโอ้ ตายแล้วเกิดใหม่ได้" ผมยกมือขึ้นปั่นหัวอีกรอบ

 

"พี่คชา ถ้าเราจะเถียงกันแบบนี้ เดี๋ยวพวกแม่งกลับมา คราวนี้เลือดอาบคาที่กันสามคนพอดี รีบไปเถอะพี่"

 

"เฮ้ยๆๆๆ"

 

ผมเรียกตามไอ้เฟรมมันเสียงดังลั่น แต่ไม่ทันแล้วฮะ.. มันยกตัวปัญหาหายไปจากตรอกแล้ว ผมยืนหันซ้านหันขวา แล้วรีบวิ่งตามออกไป ก็มันทั้งมืดทั้งเหม็น น่ากลัวชะมัด.. แล้วที่สำคัญ ผมไม่รู้หรอกว่าใครตามฆ่าไอ้หมอนั่น แต่ผมไม่อยากถูกพ่วงโพยไปด้วยนี่ครับ.. รีบเผ่นไปจากที่นี่ เป็นดีที่สุด..

 

.

.

.

 

ผมจำใจเปิดประตูห้อง ในที่สุด..

 

ก็ไอ้เลือดสดๆนั่นกำลังจะไหลลงพื้นน่ะสิฮะ.. ถ้ามีใครมาเห็นสภาพของเราสามคนตอนนี้ล่ะก็ มีหวังได้แจ้งความเป็นเรื่องเป็นราว แล้วไอ้คอนโดนี่ก็มีแต่พวกหัวสูง ขืนถูกจับได้ว่าพาคนใกล้ตายมาบนคอนโด มีหวัง ผมโดนเด้งออกไปหาที่ซุกหัวนอนใหม่แน่ๆ

 

"นอนนี่ไม่ได้!" 

 

ผมวิ่งตามไอ้เฟรมเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง แต่แม่งไม่ทันอีกแล้วฮะ.. ToT

 

ไอ้ยักษ์นั่นถูกวางลงนอนแผ่อยู่บนเตียงสะอาดเอี่ยมของผมเรียบร้อยไปแล้ว.. และแน่นอนสิฮะ เลอะเทอะเตียงทั้งโคลน ทั้งเลือด.. กลิ่นนี่พาอ้วกได้เลย!!

 

"ผมไปนะพี่ ฝากดูแลพี่เต๋าด้วย"

 

"อ้าวๆ แกจะไปไหนอ่ะ!!" ไอ้เฟรมมันจะทิ้งผมแล้วฮะ..

 

"ผมมีเรื่องต้องไปสะสาง เรื่องคอขาดบาดตาย เอาไว้ผมกลับมา จะเล่าให้พี่ฟังทุกอย่างเลย โอเคนะ"

 

แล้วมันก็เผ่นแนบไปเลยฮะ.. เหลือผมกับไอ้ยักษ์ขาวนี่สองคน 

 

ผมได้แต่ยืนจ้องเตียงแสนสุขของผมตาปริบๆ.. มันกลายเป็น อดีต ไปแล้วครับ!!

 

 

หลังจากทำใจอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ผมก็ตัดสินใจจนได้.. ทนดูแลมันไปสักหน่อย ดีกว่าให้มันมาตายที่ห้องของผม..

 

ผมหาผ้าชุบน้ำสะอาดมาเช็ดแผลตามใบหน้าให้ไอ้ยักษ์ตัวขาว ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกฮะ เช็ดไปตามประสา ลวกๆ.. แต่พอได้เห็นรอยแผลของเขาจริงๆ ผมอดเจ็บแทนไม่ได้ครับ มันลึกมาก แม้เลือดหยุดไหลไปบ้างแล้วอย่างมหัศจรรย์

 

ผมเช็ดจนเลือดบนใบหน้าหล่อๆของไอ้ยักษ์ขาวหายไปหมด แล้วมองไปที่ลำคอขาวๆ ไม่ต่างกันเลยฮะ.. ไม่รู้ไปโดนอะไรมากันแน่ ถึงได้มีแผลเต็มตัวไปหมด ผมตัดสินใจแหวกสาบเสื้อของไอ้ยักษ์ขาว แผงอกสีขาวจ้าถูกพาดด้วยรอยยาวๆ เลือดยังคงซิบๆอยู่เลยฮะ..

 

"ไอ้บ้าเอ๊ย!! อย่ามาตายที่ห้องฉันนะ"

 

ผมจัดการถอดเสื้อโค๊ตเหม็นๆตัวนอกออก แล้วค่อยๆแกะเสื้อข้างใน คงถอดออกทางบนไม่ได้แล้วล่ะฮะ ผมต้องเอากรรไกรตัดผ้าทิ้ง เพราะแผลที่กลางหน้าอกของหมอนี่ใหญ่มาก

 

แต่โชคดีที่ส่วนล่างไม่มีเลือดซึมออกมาเลยสักหยด ผมติ๊ต่างเอาว่ามันไม่มีแผลก็แล้วกันฮะ.. = ="

 

ผมทยอยเช็ดคราบเลือดออกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้.. ขอแค่อย่าตายตรงนี้.. อย่าตายเชียวนะ..

 

 

 

เพล้ง!


 

เสียงกระจกแตก ดังมากจนผมสะดุ้ง ผมวางผ้าลงไปในอ่างน้ำใบเล็กที่เปลี่ยนจากสีใสเป็นสีแดงสด ผมวิ่งไปที่ระเบียงห้อง แล้วผมก็ชะงักค้าง.. 

 

"กะ.. แกเป็นใคร!" 

 

ผู้หญิงร่างอวบยืนจังก้าอยู่ในคอนโดของผมฮะ!! 

 

"ฉันมาตามหาคน กลิ่นโชยมาถึงนี่ คงไม่ต้องถามแล้ว เสียเวลา ส่งคนมาให้ฉันแต่โดยดี.."

 

"กะ.. แกเข้ามาในคอนโดฉันได้ไงหา!?" ผมมองกระจกประตูระเบียงที่แตกเป็นเสี่ยงๆ สลับกับผู้หญิงแปลกหน้า เป็นไปไม่ได้หรอกฮะที่จะมีใครปีนขึ้นมาได้.. นี่มันชั้นยี่สิบสามนะเห้้ย!!

 

"หึ ฝากชีวิตเอาไว้ในมือคนปัญญาอ่อนแบบนี้ โง่ชะมัดเลย"

 

แล้วผู้หญิงคนนี้ก็สาวเท้าตรงเข้ามาที่ผมฮะ.. เข้ามาเร็วมาก เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนจะว๊าบมาเลยฮะ!! ผมถอยหลังกรูดจนหลังชนกับผนังห้องของตัวเอง.. ผู้หญิงคนนั้นแทบจะลอยมาจนหยุดชิดกับตัวผม จมูกของเธอดมฟิดๆอยู่ข้างๆหูของผม.. ผมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ลงคอด้วยความทรมาน.. 

 

"หอมขนาดนี้.. เหตุผลที่ไม่แบ่งปันกันสินะ.. พี่เต๋า"

 

ผมได้ยินผู้หญิงตรงหน้าพึมพำอยู่ข้างหู แล้วผมก็ได้ยินชื่อของไอ้หมอนั่นหลุดออกมาจากปากของเธอครับ.. 

 

"ฉันไม่รู้ว่าเธอต้องการตัวเขาไปทำไม แต่ฉันไม่รู้จักเขามาก่อน" ผมพูดออกไป ยังงงๆอยู่ แต่ก็พยายามเรียกสติกลับมาฮะ

 

"งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น.. นายก็ไม่ได้อยู่ในการดูแลของพี่เต๋าน่ะสิ.." ผู้หญิงคนนี้ดมฟิดๆลงมาที่คอของผมแล้วฮะ!! 

 

"หมะ.. หมายความว่าไง!" ผมใจดีสู้เสือถามออกไป อันที่จริงเพื่อยื้อเวลาเอาไว้ ผมไม่รู้ว่าหล่อนต้องการจะทำอะไรผม หรือจะเป็นพวกโรคจิตรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมก็กำลังพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดอยู่ในหัวเต็มที่

 

"ก็หมายความว่า.. เลือดในตัวนาย ฉันมีสิทธิ์เต็มที่น่ะสิ" ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะอยู่ฮะ อยู่ตรงหน้าผมเลย ผมเห็นจังหวะที่หล่อนขยับถอยหลัง รีบวิ่งไปที่ประตูห้องสุดกำลัง.. แต่..

 

"เฮ้ย!!"

 

ผู้หญิงคนนั้นมายืนรอผมที่ประตูแล้วฮะ!!

 

"เป็นไป.. ได้ไง"

 

ผมถอยหลังกรูดอีกแล้วฮะ เพราะผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินไล่ต้อนผม..

 

แล้วผมก็ ช็อค สุดขีด!!

 

ดวงตาสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นสีแดงสดฉับพลัน.. ใบหน้านวลเนียนมีเส้นเลือดปูดโปนออกมาจนเห็นเป็นเส้นชัดเจน.. ร่างอวบขยับเบาๆแล้วก็มาโผล่อยู่ข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มือของหล่อนบีบคอของผมเอาไว้แน่นจนผมเจ็บ

 

ผมอยากจะร้องออกมา แต่ร้องไม่ออก.. หล่อนบีบแน่นมาก ไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน ผมมองไปที่กระจกตรงหน้า ผมช็อครอบสอง!!

 

หล่อนกำลังแยกเขี้ยว.. เขี้ยวยาวๆ ของจริงนี่หว่า!!

 

ผมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ มันรัวเร็วจนเหมือนหัวใจจะวายตรงนั้น.. หล่อนก้มลงมาที่คอของผม ทั้งที่ผมพยายามเต็มที่.. แต่ก็ขยับไม่ได้เลย.. ตัวผมแข็งเป็นอิฐไปแล้ว..

 

คมเขี้ยวสัมผัสลำคอของผม.. ผมหลับตาลงด้วยอาการตกใจจนแทบสิ้นสติ.. แล้วผมก็ได้ยินเสียงลมหวีดอยู่ข้างๆหู มันพัดจนเส้นผมบนใบหน้าของผมปลิวไหว.. ร่างกายของผมทรุดลงบนพื้นห้องทันทีที่หลุดจากการเกาะกุมที่คอ

 

"พี่เต๋า!" เสียงผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น ร่างใหญ่ที่เปลือยท่อนบนกำลังยืนเหยียดความสูงเต็มที่ เขาใช้มือเพียงข้างเดียวกำลำคอของผู้หญิงที่ไม่ใช่คน แล้วยกขึ้นจนขาลอยขึ้นจากพื้น.. เลือดจางๆยังคงไหลออกมาจากแผลตามร่างกาย แต่เจ้าตัวไม่ยักจะหมดแรง.. ผิดกับผมที่แทบจะเป็นลม

 

"อย่ายุ่งกับพี่.." เสียงขู่เรียบๆแต่ทำเอาคนฟังขนลุก

 

"จอยแค่ต้องการให้พี่เต๋ากลับไป" 

 

"ไม่.. ไม่มีทางที่พี่จะยอมรับข้อตกลงนั่นเด็ดขาด กลับไปซะ แล้วอย่ามายุ่งกับพี่อีก"

 

"แต่.."

 

"แล้วอีกเรื่อง.. อย่ายุ่งกับคนของพี่ด้วย ไอ้ตัวเปี๊ยกนี่อยู่ในการดูแลของพี่ เลือดทุกหยดของคชาเป็นของพี่ ห้ามแตะต้อง!"

 

 

.

.

.

 

 

 

______________________________________________________

 

 

 

By.. NomadSalvatore,,*

 

เนื้อเรื่องตอนที่หนึ่งเป็นแค่เรื่องราวเริ่มต้นเท่านั้นนะฮะ.. 

 

อาจจะยังไม่ค่อยมีบทบาทของเต๋ามากนัก 

 

แต่เต๋าโหดมากฮะ เรื่องนี้.. ช่วยติดตามกันต่อไปด้วยนะฮะ !!

 

comment หน่อยนะฮะ เป็นกำลังใจ จะได้ปรับแก้กันต่อไปได้ฮะ ^---------^

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet