Bloody night PART1,,* Chapter 4
posted on 03 Feb 2012 01:16 by nomadsalvatore in BloodyNightBloody night PART1,,* Chapter 4
.
.
.
Tao,,*
ผมหลับตาลง ความอดทนเฮือกสุดท้ายของผมหายไปแทบจะทันทีที่คนตัวเล็กเอ่ยปากอนุญาต..
ผมแทบจะรอไม่ไหว ที่จะฝังเขี้ยวของผมลงไปบนลำคอหอมกรุ่นตรงหน้า ผมถลาเข้าไปหาร่างเล็ก ต้องใช้กำลังมหาศาลเพื่อรั้งตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปสุดตัว
ตอนนี้ผมยืนอยู่ชิดกับคนตัวเล็กแล้ว กล้ามเนื้อบนร่างกายของผมมันสั่นระริกอยู่ภายใน ความต้องการอาหารอันโอชะตรงหน้าทำให้ผมรีบคว้าลำคอขาวเนียนเอาไว้ ผมพยายามเบามือให้ได้มากที่สุด แต่คนตัวเล็กก็ยังต้องนิ่วหน้าด้วยความอึดอัดอยู่ดี..
ผมเอียงคอของคนตัวเล็ก กดใบหน้าหวานลงที่ไหล่ข้างขวาของผมเอง แล้วผมก็ก้มลงไปยังจุดที่ของเหลวค้นสีแดงสดกำลังเต้นเป็นจังหวะอยู่ภายใน หูของได้ยินเสียงของมันชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด มือของผมรั้งเอวของคนตัวเล็กให้ยืนอยู่กับที่ ความอดทนของผมขาดผึ่งลงทันใด..
เขี้ยวคมของผมแตะลงบนลำคอขาวเนียนของคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้กำลังหลับตาปี๋ ผมบรรจงกดเขี้ยวยาวลงไป ผ่านผิวหนังขาวๆของคนตรงหน้า..
"ฮึ่ยย !! ~" คนตัวเล็กร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด
รสชาติของเลือดมนุษย์สาดซ่านเข้ามาในร่างกายของผม กลิ่มหอมหวน รสชาติที่ผมอยากลิ้มลองอยู่ลึกๆภายในจิตใจ ทำเอาสติของผมแทบแตกกระเจิง..
ผมดูดกลืนความหวานหอมเข้ามาเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน เหมือนการเสพติดอะไรสักอย่าง มันทำให้ผมจดจ่ออยู่กับมัน ยากเกินจะถอนเขี้ยวออกมาได้
"ตะ.. เต๋าาา.." คนตัวเล็กเริ่มร้องประท้วง ผมได้ยินเสียงของร่างเล็กอยู่เต็มสองหูของผมเลย ผมได้ยินแม้กระทั่งเสียงของแวมไพร์หน้าโง่ที่กล้าเข้ามาขัดขวางการกินอาหารมื้อดึกของผมอีกด้วย
มือข้างซ้ายของผมปล่อยออกจากเอวของคนตัวเล็ก การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อของผมรวดเร็วกว่าเดิมเป็นสิบเท่า..
ผมยังคงฝังเขี้ยวอยู่ที่ลำคอของคนตัวเล็ก แต่มือของผมกำลังล็อคคอแวมไพร์ที่ดวงกำลังจะดับตัวแรกที่พุ่งเข้าหาผม ผิดที่ผิดเวลา..
ผมออกแรงบีบคอมัน ขยับมือตัวเองเข้าหากันเบาๆเท่านั้น ลำคอของมันแหลกละเอียดคามือของผมทันที ผมรู้สึกถึงเลือดสดๆที่ไหลรินอยู่ในมือของผม ร่างของมันหล่นตุบลงบนพื้นห้องน้ำในบัดดล เสียงของแวมไพร์ตัวอื่นที่อยู่ข้างนอกดังชัดเจนเหลือเกิน.. ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่า ผมยังสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เคยเป็นอยู่เดิม และทำได้มากขนาดนี้..
ผมได้กลิ่นของพวกมันชัดเจนทุกตัว ผมรู้ว่ามันกำลังเคลื่อนที่อยู่ที่ไหนบ้าง.. ผมได้ยินเสียงของแวมไพร์อีกตัวที่กำลังพูด.. ผมโฟกัสการรับฟังไปที่มัน ผมได้ยินคำสั่งการของมันทุกคำ.. แม้มันจะพูดไกลออกไปจากที่ผมยืนก็ตาม
"เต๋า.." เสียงแผ่วเบาของคนตัวเล็กเรียกสติผมกลับมาในที่สุด..
ร่างเล็กเบียดลงมาบนตัวผมมากขึ้นเหมือนจะล้ม ผมใช้ความอดทนทั้งหมดที่พอจะมีดึงสติตัวเองให้กลับมา ผมค่อยๆถอนเขี้ยวยาวๆของผมออกมาจากลำคอที่แดงซ่านไปด้วยเลือดสดๆ
"อืมม.."
ผมรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เหมือนได้โยนเอาภาระในหัวใจของผมออกไปจนหมด เหมือนการก้าวออกมาสู้โลกใบใหม่ที่ผมคอยจะปฏิเสธอยู่ตลอดมา..
"ตะ.. เต๋า ระวัง"
คชาร้องเตือนผม ส่วนเจ้าตัวกำลังจะหมดแรงไปกองกับพื้นแล้วครับ แต่ผมรู้อยู่แล้วว่าพวกมันกำลังกรูกันเข้ามาในนี้ ผมวางร่างเล็กให้ยืนพิงผนังห้องน้ำเอาไว้ ในหัวของผมเหมือนคอมพิวเตอร์ไฮสปีดที่คอยคิดคำนวณอยู่ตลอดเวลา ผมสูดลมหายใจลึก ก่อนจะขยับออกสู้..
เพียงแค่ผมใช้แรงเพียงน้อยนิดในเวลาแค่เสี้ยวนาที ร่างของพวกมันก็แหลกเหลวลงกองบนพื้นอย่างน่าสมเพช ผมจัดการกับมันทีละหลายตัวได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที หัวใจของพวกมันถูกผมควักออกมาทิ้งกองบนพื้นเต็มไปหมด ร่างของแวมไพร์เป็นสิบล้มกองบนพื้นห้อง กลิ่นเลือดฟุ้งอยู่ทั่วทั้งคอนโด จนในที่สุดผมก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้าแวมไพร์ตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่
ผมจะควักหัวใจของมันออกมาตอนนี้เลยก็ไม่ยาก แต่ผมต้องการให้มันทำประโยชน์ให้ผมมากกว่านั้น..
ผมเดินเข้าไปหามัน แวมไพร์ผู้น่าสงสารถอยหนีผมจนชิดผนังห้อง.. ผมแสยะยิ้ม ลิ้นของผมไล้เลียเลือดหอมกรุ่นที่ยังติดอยู่ที่ขอบปากของผม ผมหยุดไม่ได้ที่จะจัดการกับมัน เลือดของคชาหอมอบอวลจนผมห้ามใจแทบไม่ไหว..
แวมไพร์ผู้โชคร้ายเลือกที่จะหนี.. และนั่นคือสิ่งที่ผมรออยู่..
มันยังไม่ทันได้ขยับไปไหนไกล ผมก็กระชากคอมันได้ตั้งแต่มันเริ่มขยับแล้วล่ะครับ..
ผมจับคอของมัน แล้วยกขึ้นอย่างง่ายดายจนตัวของมันลอยขึ้นมาจากพื้น ผมรับรู้ได้ว่ามันกำลังกลัว กลิ่นของความกลัวมันชัดเจนออกขนาดนี้.. ผมเลื่อนร่างของมันเข้ามาใกล้ๆในระยะที่ผมจะสบตามันชัดๆได้
"ใคร ส่ง พวก แก มา"
ผมพูดช้าๆชัดๆให้มันได้ยินชัดเจน มันยังคงเงียบ และพยายามจะหนี ทั้งๆที่มันน่ารู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่สามารถหนีไปจากการล็อคคอของผมได้
ผมยกมันขึ้นสูง แล้วกระแทกกำปั้นของผมผ่านผิวหนังและกล้ามเนื้อของมันที่กลางหน้าอก ผมควานหาหัวใจของมันจนพบ เสียงร้องของมันดังสนั่น
"นี่เป็นโอกาสสุดท้าย"
ผมพูดใกล้ๆหูของมันเบาเบา แล้วมันก็กระซิบตอบผมกลับมา.. เป็นชื่อสถานที่ คุ้นหูอยู่เหมือนกัน แต่มันตอบไม่ตรงคำถามของผม
"แกตอบผิด และ.. หมดเวลา" ผมกระชากหัวใจของมันออกมาแล้วโยนร่างขอมันทิ้งไปกองรวมกับเพื่อนร่วมตายตัวอื่น
ผมเดินไปที่ห้องน้ำอีกครั้ง แค่ก้าวเดียวร่างผมก็มาโผล่ที่หน้าห้องน้ำได้ดังใจเหมือนทุกที อาจจะเร็วกว่าเดิมด้วย ร่างเล็กกำลังยืนรอผมอยู่ที่หน้าประตูพอดี เจ้าตัวเล็กมองหน้าผมแปลกๆ ผมก็เลยกวาดตามองผลงานของตัวเองอีกที เท่านั้นก็เข้าใจแล้วครับว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในหัว
"กลัวเหรอ เจ้าตัวเล็ก"
ผมถามออกไป ตอนนี้หน้าของผมคงเลอะเทอะเลือดเต็มไปหมด มือไม้ของผมก็โชกเลือดเต็มที่ เสื้อผ้าก็มีหยดเลือดที่ซ่านกระเซ็นมาแปะอยู่ประปราย.. สภาพของผมตอนนี้ก็เหมาะสมแล้วล่ะครับ ที่จะทำให้คนธรรมดากลัวแบบนี้
คนตัวเล็กหลบตาผม มือเล็กยกขึ้นปิดรอยแผลที่ยังมีเลือดสดๆเปื้อนอยู่ กลิ่นของมันโชยมาแตะจมูกผมอีกครั้ง เขี้ยวคาของผมยื่นยาวออกมาแทบจะในทันที.. เลือดในกายของผมกำลังเต้น เหมือนน้ำเดือดปุดๆคอยทรมานผมอยู่ ลำคอของผมแห้งผากทั้งที่เพิ่งได้ลิ้มลองอาหารอันโอชะไปแท้ๆ..
คนตัวเล็กเห็นอาการของผม เสียงของคนตัวเล็กถามออกมาแผ่วเบาเหมือนคนไม่มีแรง
"ละ.. แล้วตอนนี้ ยังเป็นเต๋าคนเดิมอยู่รึเปล่า"
ผมพยายามไม่สนใจกลิ่นเลือดที่ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของผม มือของผมกำแน่นเพื่ออดทนสู้กับความอยากที่อยู่ภายใน ความกระหายของผมมันพล่านจนยากเหลือเกินที่จะยับยั้งชั่งใจ ผมได้ยินคำถามของเจ้าตัวเล็กแล้วครับ แต่ผมไม่กล้าอ้าปากตอบออกไป ไม่กล้าแม้แต่ขยับด้วยซ้ำ เพราะผมกลัวตัวเองจะพุ่งเข้าใส่น่ะสิครับ
เลือดที่คอของคนตัวเล็กยังไหลออกมาเพราะรอยแผลที่ผมเป็นคนสร้าง มือเล็กพยายามปิดแผลของตัวเอง เพราะกลัวว่าผมจะฝังเขี้ยวลงไปอีกรอบ ผมก็เลยต้องพยายามให้มากขึ้น ผมหันหน้าไปทางอื่น สูดลมหายใจเข้าลึก แม้จะมีกลิ่นเลือดของเจ้าตัวเล็กอยู่เต็มที่ก็ตาม ผมเรียกเจ้าเขี้ยวยาวๆของตัวเองกลับเข้าไปในที่ที่ถูกที่ควร จนผมมั่นใจแล้วว่าผมสามารถทำมันได้ ผมหันกลับไปหาเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง
"เจ็บมากไหม"
ผมถาม ส่วนเจ้าตัวเล็กส่ายหน้าเบาเบา พอส่ายหน้าปุ๊ป ก็ร้องออกมาปั๊ปเลยครับ
"มานี่"
ผมก้าวเข้าไปใกล้ กัดฟันทนความกระหายเลือดของตัวเอง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้
"จะทำอะไร!"
คนตัวเล็กร้องท้วงแผ่วเบา แต่ไม่มีแรงสู้ๆ ถูกผมดึงเข้ามาจนชนแผงอกของผม พอก้มลงไปหาลำคอขาวเนียนที่ผมอยากฝังเขี้ยวแรงๆอีกครั้ง
"เต๋า!"
ผมไม่ได้จะกัดหรอกครับ ผมแค่จะช่วยรักษาแผลของคนตัวเล็กเท่านั้นเอง..
ผมแตะลิ้นลงบนแผลที่เริ่มจะบวมช้ำของคนตัวเล็ก แล้วลากเบาๆผ่านแผลทั้งสองจุดที่ผมสร้าง พอผละออก ตอนนี้เลือดของเจ้าตัวเล็กก็หยุดไหลแล้ว แผลที่เปิดอยู่สมานกันไปส่วนหนึ่ง อย่างน้อยช่วยให้เลือดหยุดไหลได้ก็เพียงพอสำหรับตอนนี้
"ยังเจ็บอยู่ใช่ไหม"
"ไม่เท่าไหร่แล้ว"
เจ้าตัวเล็กตอบผม ผมไม่เชื่อหรอกครับ แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจอะไรมากมาย ผมเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้อง นี่ก็ใกล้จะเช้าแล้ว ผมกลัวว่าจะมีพวกมันเข้ามาอีก ผมกระดิกนิ้วสู้กับมันได้ทั้งวันทั้งคืน.. ติดตรงที่ถุงเลือดของผมกำลังจะล้มไปกองกับพื้นนี่สิครับ..
"คืนนี้ชาไปนอนที่เซฟเฮาส์ของพวกเราก่อนแล้วกันนะ เต๋าจะให้เด็กมาจัดการเรื่องคอนโดให้"
คนตัวเล็กเหมือนจะไม่ยอมไปครับ แต่พอได้มองรอบๆห้องอีกรอบ ก็เหมือนจะเปลี่ยนใจ..
"ไปเถอะ ตัวเล็ก ที่นี่ไม่ปลอดภัย อาจจะมีพวกมันมาอีกก็ได้"
"แต่.."
"มานี่"
ผมจัดการโอบเจ้าตัวเล็กที่ยืนโงนเงนมาทันทีโดยไม่รอคำตอบ ผมพาร่างเล็กลงไปขึ้นรถสปอร์ตสีดำสนิทของผมที่จอดทิ้งเอาไว้ใกล้ๆตรอกเดิมที่ผมเกือบถูกพวกแวมไพร์ปลายแถวรุมจนยับ
"เซฟเฮ้าส์อยู่ไม่ไกล อดทนหน่อยนะ หลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวถึงแล้วจะปลุก"
ผมหันไปบอกเจ้าตัวเล็กที่นั่งจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่อยู่บนเบาะข้างคนขับ ผมออกรถอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับพวกมันอีก.. ตอนนี้ผมไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว..
ถ้าใครกล้ามาแตะต้องผม คนในครอบครัวของผม และถุงเลือดของผมล่ะก็.. พวกมันจะได้รู้ว่าความโหดร้ายที่แท้จริง มันหน้าตาเป็นยังไง!!
.
.
.
ผมจอดรถสปอร์ตคันหรูในช่องจอดรถภายในตึกร้างที่ถูกแวดล้อมด้วยบ้านของมนุษย์ธรรมดา แถมยังใกล้ตลาดสดอีกด้วย ตอนที่พี่ต้นเลือกสถานที่ พวกเราลงความเห็นตรงกันว่า สถานที่ร้างห่างไกลผู้คนจะเป็นจุดสังเกตมากกว่าอยู่อย่างสงบท่ามกลางฝูงชนที่วุ่นวาย
ประตูห้องจอดรถปิดลง ไฟนีออนหลอดเล็กฉายแสงออกมา ทำให้ไม่มืดจนเกินไป ผมรอเพียงครู่เดียว จากนั้นพื้นปูนที่ผมจอดรถอยู่ก็ขยับ มันเลื่อนต่ำลงจนพาพวกเรามาถึงชั้นใต้ดิน..
แสงไฟนีออนตามทางเดินที่คล้ายกับท่อระบายน้ำขนาดใหญ่เปิดขึ้นทีละดวงจนสุดทางเดิน ผมเหลือบไปมองร่างเล็กที่เงียบมาตลอดทาง ผมกัดฟันขยับตัวลงจากรถ ก็เพราะกลิ่นมันเชิญชวนผมเหลือเกินน่ะสิครับ.. จริงอยู่ที่ผมขับรถแค่สิบห้านาทีก็ถึงที่นี่ แต่สิบห้านาทีนรกนั่นทำให้ผมเกือบหวุดหวิดจะข้ามฟากมางับคอคนข้างๆอยู่ตลอดเวลา!!
ตอนนี้หูของผมมันดีเกินไป จมูกของผมก็ได้กลิ่นมากเกินไปครับ.. มันควรจะดีต่อผม แต่พออยู่กับเจ้าตัวเล็กแล้ว มันกลายเป็นเครื่องทรมานชั้นดีไปซะอย่างนั้น!!
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อลบกลิ่นความยั่วยวนของมวลเลือดในกายของเจ้าตัวเล็ก แล้วเดินข้ามฟากมาเปิดประตูรถอีกฝั่ง ร่างเล็กนอนเป็นตายอยู่บนเบาะครับ เสียเลือดไปมากขนาดนี้ น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน
ผมสูดผมหายใจเข้าลึกอีกรอบ แล้วก้มตัวลง สอดแขนแข็งแรงของผมเข้าไปใต้ร่างเจ้าตัวเล็ก แล้วอุ้มขึ้นมาโดยไม่ต้องใช้แรงอะไรเลย ตัวเล็กแล้วก็เบามากอีกต่างหาก ขาของผมดันประตูรถให้ปิดลง แล้วผมก็อุ้มร่างเล็กเดินไปตามทางเดินที่ไฟส่องสว่างอยู่.. ที่นี่ล่ะครับ เป็นทั้งบ้าน ห้องประชุม และที่ทำงานของพวกเรา
โลกของผม.. โลกที่ผมหนีไปไม่พ้น.. และที่สำคัญคือ.. ตอนนี้ผมดันผูกตัวเองไว้กับโลกอีกใบนี้อย่างไม่มีวันหวนกลับได้อีก..
ผมอุ้มร่างเบาหวิวของเจ้าตัวเล็กเข้ามาภายในโถงใหญ่ถัดจากช่องทางเดินเมื่อกี้ ตอนนี้พี่ต้นกับจอยกำลังประชุมกับเหล่าแวมไพร์ที่รับหน้าที่ในพื้นที่ย่อยอยู่ แวมไพร์คุ้มกันเซฟเฮาส์แหวกทางเดินให้ผมเดินผ่านเข้าไป พวกเขาไม่ลืมที่จะคำนับผมเป็นการแสดงความเคารพ แต่กลิ่นเลือดของคนตัวเล็กมันคงจะแรงเกินไปจริงๆครับ เพราะมีสองสามคนหันมามองถุงเลือดของผมตาเป็นประกายดีแดงสด ผมหยุดฝีเท้าลง
"ใครไม่อยากกลายเป็นฝุ่น ก็อย่าแม้แต่จะคิด"
ผมกวาดตามองอีกครั้ง แล้วเดินเข้ามาในโถงใหญ่ ห้องของผมอยู่ปีกทางขวา ผมพาร่างเล็กเดินเข้ามาในห้องของผม วางร่างเล็กลงบนเตียงนอนที่ปูผ้าปูสีน้ำตาลเข้มเอาไว้ แล้วจัดแจงห่มผ้าให้.. ผมไม่ชอบอะไรที่มันเจิดจ้าเกินไป ก็เลยเลือกที่จะแต่งห้องให้มืด
ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบผ้าผืนเล็กออกมาจากชั้น แล้วชุบน้ำหมาดๆ เดินออกมาหยุดนั่งลงที่ข้างๆร่างเล็ก ผมเช็ดคราบเลือดที่ลำคอของเจ้าตัวเล็ก ผมกัดฟันเช็ดจนสะอาด แล้วรีบเผ่นออกไปที่ห้องประชุม.. ถ้าขืนอยู่ต่อ ผมต้องกัดคอเจ้าตัวเล็กแน่นอน..
ที่ห้องประชุม ผมเปิดประตูเข้าไป แต่ทุกคนเลิกประชุมกันไปเรียบร้อยแล้วครับ
"เต๋า ทำไมถึงกลับมาที่นี่อ่ะ แล้วไปทำอะไรมา เลือดแวมไพร์เปื้อนเต็มตัวขนาดนั้น" พี่ต้นคงได้กลิ่นมาแต่ไกลแล้วล่ะครับ เพราะผมเองก็เหม็นกลิ่นเลือดแวมไพร์บนตัวของผมเหมือนกัน
"พวกมันบุกมาที่คอนโดชา มากันเกือบห้าสิบตัว"
ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ข้างๆพี่ต้น จอยกำลังอึ้งอยู่.. ตาโตเลยครับ
"พี่เต๋าออกมาได้ไงอ่ะ"
"พี่.."
"ว่าแล้ว พี่ได้กลิ่นมนุษย์ในบ้าน ตอนนี้สภาพเป็นไงบ้าง" พี่ต้นรู้ทันหมดแหละครับ ผมพยักหน้ายืนยันกับจอยที่ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่.. ก็ถูกครับ ถูกที่จะไม่เชื่อ เพราะผมทะเลาะกับพี่ต้นจนเกือบจะเปิดสงครามขนาดย่อมขึ้นในบ้าน แต่จู่ๆ ผมก็ถมคำพูดตัวเองอย่างหน้าไม่อาย
"หลับอยู่ คงอีกสักพักกว่าจะตื่นไหว"ผมอดห่วงคนตัวเล็กไม่ได้ พานึกไปถึงจังหวะที่ผมกำลังดื่มด่ำกับเลือดรสหวานชื่นคอ แค่นั้นความกระหายเลือดของผมก็จุกขึ้นมาที่คอผมอีกครั้ง.. ผมแสบคอไปหมด จนต้องกระแอมไอเบาเบาอยู่หลายที
"แล้วรู้รึเปล่า ว่าใครส่งพวกมันมา" พี่ต้นถามผม ผมลืมไปสนิทเลยว่าไอ้แวมไพร์สวะตัวสุดท้ายมันเอ่ยชื่อสถานที่ออกมา
"ได้ยินแค่ชื่อบาร์.. เฮ้ย!" แล้วผมก็เพิ่งนึกออกครับ.. บาร์ที่ผมเพิ่งไปมาเมื่อวันก่อน.. บาร์ที่ตัวเล็กทำงานอยู่นี่หว่า
"อะไรเหรอเต๋า"
"บาร์นั่น เป็นที่ทำงานของชา เป็นที่ทำงานของไอ้เฟรม"
พี่ต้นหันมาสบตากับผม ส่วนจอยกำลังทำจมูกฟุตฟิต
"จอย.. อย่าแม้แต่จะคิด"
ผมห้ามเอาไว้ก่อน เพราะรู้อยู่แล้วว่าน้องสาวผมติดใจกลิ่นเลือดของเจ้าตัวเล็ก.. ส่วนผมเอง อาการหนักกว่าจอยหลายเท่านัก
"พี่เต๋า แบ่งกันหน่อยไม่ได้เหรอ" จอยทำหน้าขอร้อง ผมก็เลยดุใส่
"พี่บอกว่าอย่า ก็แปลว่าห้าม พี่พูดชัดเจนแล้วนะ เป็นครั้งสุดท้าย"
จอยเงียบไป หันไปทางอื่นแทน คงโกรธผมครับที่ผมไม่ยอมแบ่งปันเลือดของคชาให้.. ผมไม่แบ่งให้ใครหรอกครับ ไม่มีทาง.. ถุงเลือดของผมนี่ครับ!!
"สายของเจ้าเฟรมรายงานมาว่า พวกมันกำลังสร้างกองทัพอะไรสักอย่าง แวมไพร์เกิดใหม่เดินกันให้ควัก แต่ที่ดีไปอย่างก็คือ.. พวกมันยังไม่มีของ.. ทำให้เดินออกมากลางแสงอาทิตย์ไม่ได้ จะออกมาเพ่นพ่านก็ตอนกลางคืนเท่านั้น"
"ใครกันที่มันคิดจะทำอะไรบ้าๆนี่ขึ้นมา"
"เจ้าเฟรมยังหาอยู่ ตอนนี้ฝูงของมันใกล้จะเจอแล้ว รออีกหน่อย ระหว่างนี้เราต้องเตรียมรับมือ คนของเราต้องพร้อมตลอดเวลา แกก็เหมือนกัน เต๋า จากนี้จะทำยังไงต่อ" พี่ต้นหันมาถามผม ผมเองก็ยังคิดไม่ออก ตอนนี้ผมอยากเลือดจนแทบบ้าอยู่ในอก คิดอะไรไม่ออกหรอกครับ
"ไม่รู้เหมือนกันพี่ ตอนนี้.. เฮ้ออ!!"
"ไม่ไหวล่ะสิ" พี่ต้นหัวเราะผม ผมไม่ขำด้วยนะครับ ตอนนี้สมองผมคิดถึงเลือดของเจ้าตัวเล็กจนจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว ให้ตายเถอะ!!
"ก็หอมซะขนาดนั้น" จอยพูดทับถมผมอีกคน
"ผมเกือบจะหยุดไม่ทันแล้ว.. ตอนนั้นผมเกือบทำชาตายแล้วนะพี่"
"แต่แกก็หยุดได้ไม่ใช่เหรอ อย่าคิดมากน่า เดี๋ยวก็ชิน อีกสักครั้งสองครั้งก็จะรู้จังหวะหยุดเอง"
ผมเงียบไปพักใหญ่ครับ ผมกลัว.. กลัวว่าผมจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวจริงๆ..
ปึงๆ !
ประตูห้องประชุมเปิดออก เฟรมเดินเข้ามาอย่างหัวเสีย พี่ต้น จอย และผม มองมันเป็นตาเดียว ปกติเฮฮาตลอด แต่วันนี้มาหน้าบอกบุญไม่รับ ผิดปกติมาก
"ฝูงของเราสืบมาได้ว่าพวกมันยึดพื้นที่รอบๆไปได้เกือบครึ่งแล้ว ตอนนี้ใกล้เข้ามาทุกที ผมว่ามันต้องเตรียมการมาเป็นปีๆ ไม่ใช่แค่สองเดือนอย่างที่เราคิดกัน"
"ทำไมฉันได้กลิ่นหมามากกว่าหนึ่งตัวเนี่ย" จอยกำลังสูดกลิ่นเข้าไปอีกรอบ เฟรมพยักหน้าไปที่ประตู ผู้หญิงผมสั้นมาดเข้มเดินตามเข้ามาสมทบกับเฟรมด้วยอีกคน
"นี่พี่แพรว หัวหน้าฝูงใหม่ที่มาช่วยพวกเรา"
"หัวหน้าฝูงผู้หญิง.. น่าสนใจนะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ" พี่ต้นยิ้มอย่างเป็นมิตร
"คงได้แค่งานนี้งานเดียวเท่านั้น.. ฝูงเราไม่ค่อยอยากร่วมงานกับพวกต่างสปีชี่ส์ โดยเฉพาะแวมไพร์"
"ผมเข้าใจดี แต่ตอนนี้เราคงต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันไปก่อนนะครับ เพราะผมเพิ่งรู้มาว่า.. มีแม่มดพลังระดับสูงโผล่มาในเมืองนี้ และยังอยู่ที่นี่"
"อะไรนะ!" ผมหันไปหาพี่ต้น ถ้าขืนแม่มดมาวุ่นวายกับเรื่องนี้ล่ะก็ พวกเราต้องเสียเปรียบแน่.. แม่มดมีขึ้นมาเพื่อสร้างและทำลายล้างแวมไพร์ด้วยกันทั้งนั้น แค่คาถาเดียวก็ทำให้พวกเรากองกับพื้นได้ทันที..
"เฟรม พี่ต้องการให้แกไปตามคนให้พี่หน่อย"
พี่ต้นส่งกระดาษใบเล็กให้เฟรม เฟรมพยักหน้ารับ ก่อนจะบอกลาพวกเรา ผมเดินออกมาส่งแพรวกับเฟรมที่โถงใหญ่ ดูเหมือนสองคนนี้จะรีบ เพราะพอออกมาปุ๊ป ก็กลายร่างปั๊ป เจ้าเฟรมกลายเป็นหมาป่าตัวยักษ์สีดำขลับ ส่วนแพรวเป็นหมาป่าสีเทาเข้ม
"ไปก่อนนะพี่ ฝากพี่คชาด้วย"
"รู้แล้วเหรอ"
"ได้กลิ่นอ่ะ จากตัวพี่นั่นแหละ หึ่งมาก ไปนะพี่"
เฟรมก้มลงคาบเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยเอาไว้ แพรวก็เหมือนกัน ก่อนจะวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ผมมองสองคนนั้น หรือจะเรียกว่าสองตัว หายลับไปจากทางเดิน แล้วผมก็กำลังจะเดินกลับไปหาพี่ต้น แต่ผมดันได้กลิ่นเจ้าตัวเล็กเสียก่อน ผมหันขวับไปที่ช่องทางเดินเข้าห้องนอนของผมที่ปีกทางขวาของบ้าน เจ้าตัวเล็กกำลังยืนจ้องมาที่ผม..
อย่าบอกนะ ว่าเจ้าตัวเล็กเห็นไอ้เฟรมเมื่อกี้.. แย่แล้วล่ะครับ..
"ตัวเล็ก มายืนอยู่ตรงนี้นานแล้วเหรอ"
"ก็นานพอจะเห็นว่าทุกคนปิดบังชาอยู่ นานพอจะได้รู้ว่าเฟรมเป็นอะไร"
"ไม่มีใครปิดบังอะไรทั้งนั้นนะ"
ผมสาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ แต่เจ้าตัวเล็กกลับถอยหนีผมอีกแล้ว
"แล้วทำไมถึงไม่บอกกัน ไม่มีใครพูดความจริงอ่ะ ทำไมไม่บอกชา เฟรมก็ด้วย ชาไม่อยากเป็นคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันอึดอัดนะ" เจ้าตัวเล็กกำลังโกรธผมเป็นฟืนเป็นไฟ ผมได้ยินเสียงหัวใจของเจ้าตัวเล็กเต้นระรัว
"ใจเย็นก่อนนะ" ผมอยากเข้าไปใกล้กว่านี้ แต่ผมก็ยังเป็นแวมไพร์อยู่ ผมยังต้องการเลือดอยู่ตลอดเวลา ผมไม่กล้าขยับเข้าไปอีก
"ชาอยากกลับบ้าน"
"ตอนนี้ไม่เหมาะนะ อยู่ที่นี่ดูแลตัวเองก่อน"
"ชาจะกลับบ้าน"
เจ้าตัวเล็กยืนยันเสียงแข็ง ผมรู้ครับว่าคนตัวเล็กกำลังตกใจ รับรู้เรื่องราวมากมายภายในเวลาวันสองวัน เป็นใครก็คงอยากจะบ้าเหมือนกันนั่นแหละครับ ผมไม่รู้จะทำยังไงดี ยืนคิดอยู่พักนึง แต่แล้วเจ้าตัวเล็กก็ขยับ ร่างเล็กเดินตรงไปที่ทางเดินที่ผมพาร่างเล็กเข้ามา ผมกลั้นหายใจเต็มกำลังแล้วเดินไปรั้งแขนคนตัวเล็กเอาไว้
"อย่าออกไปเลยนะ"
"ปล่อยเลย ชาจะกลับบ้าน"
ร่างเล็กพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของผม ผมใกล้จะกลั้นใจไม่อยู่ได้อีกต่อไปแล้ว
"ชา.. หยุดก่อน หยุดขยับก่อนได้ไหม" ยิ่งขยับ ยิ่งดิ้น หัวใจก็ยิ่งเต้น เสียงตุบๆที่คอขาวเนียนยิ่งทำให้ไม่อาจมองข้ามมันไปได้..
คนตัวเล็กไม่รู้ว่าผมกำลังต่อสู้กับความต้องการอันมหาศาลในหัวของผม ผมใกล้จะหยุดไม่ได้แล้วครับ..
"ตัวเล็ก.. กลับเข้าไปในห้องก่อน แล้วล็อคประตูด้วย" ผมกัดฟันสั่งเจ้าตัวเล็ก แต่เจ้าตัวเล็กดันดื้อเกินกว่าจะฟังคำพูดของผม ตั้งหน้าตั้งตาจะออกไปจากที่นี่อีท่าเดียว ตบะผม.. จะแตกแล้วครับ..
ผมพ่นลมหายใจออกมาในที่สุด ผมกระชากร่างเล็กเข้ามาใกล้เต็มแรง มารในตัวกำลังชนะเหตุผลร้อยแปด.. ผมหมดหนทางจะต่อสู้แล้ว
"ตะ.. เต๋า!!"
_________________________________________________________
By.. NomadSalvatore,,*
เรื่องราวกำลังจะเข้มข้นขึ้นแล้วนะคะ
ตอนนี้แวมไพร์เต๋าของเราตัดสินใจดื่มเลือดจากถุงเลือดส่วนตัวแล้ว
เต๋าขาดถุงเลือดไม่ได้.. แล้วงานจะเข้าตัวเล็กรึเปล่า ?
รอดูกันต่อไปนะคะ ^__________^
ขอบคุณทุก comment นะฮะ,,
เป็นกำลังใจชั้นหนึ่งเลย!!
ปล. ป้าชอบโผล่มาดึกๆ ต้องขอโทษคนนอนไวด้วยนะคะ >,<"